PLC9_web1280x570

เรื่องเล่าจากครู

ห้องเรียน

เรื่องเล่าครูต้นเรื่อง : แผนการสอน PBL ป.6 หัวข้อ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ของ "ครูโจ" ครูธนันชัย ใจคล่องแคล่ว โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี

อ่าน 45 นาที

ครูโจ-ธนันชัย ใจคล่องแคล่ว ครูประจำชั้น ป.6 ครูโจเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ และรับผิดชอบการสอนรายวิชา PBL (Project Based Learning) ป.6 ครูโจนำเรื่องเล่า วิชา PBL เข้าสู่กิจกรรม Workshop ครั้งที่1 และได้ความเข้าใจที่ชัดเจน ครูต้องออกแบบการเรียนการสอนที่ความชัดเจน เป็น Visible Learning ทั้งผู้เรียนและครูต่างเห็นความก้าวหน้าการเรียนรู้ของตนเอง และรู้เชื่อมโยงใชัความรู้นั้นในต่างสถานการณ์ แผนการสอนหัวข้อ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงน่าสนใจ เห็นบทบาทของครูสร้างการเรียนรู้เพื่อความก้าวหน้าของศิษย์

เรียบเรียงโดย ศศิธร อบกลิ่น
3 มีนาคม 2564
1.9K

PLC9_web1280x570.jpg

ครูต้นเรื่อง 
:  ครูธนันชัย ใจคล่องแคล่ว (ครูโจ) โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย

เรื่องเล่า      :  การออกแบบแผนการสอน PBL หัวข้อ ภูมิปัญญาท้องถิ่น “จะทําอย่างไรให้นักเรียนรู้จักและเผยแพร่ภูมิปัญญาของชุมชนในท้องถิ่นของตนเอง

ประเด็นนำเสนอ  :
- ครูต้นเรื่องนำเสนอแผนการสอน (จากเวที Workshop) เป็นอย่างไร  และแผนการสอนที่
- ครูทำใหม่กับเพื่อนครู และข้อแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ มีการนำไปปรับใช้อย่างไร

 

          ครูโจ-ธนันชัย ใจคล่องแคล่ว ครูต้นเรื่องแนะนำตนเอง ว่าเป็น ครูประจำชั้น ป.6  สอนวิชาวิทยาศาสตร์  และรับผิดชอบการสอนรายวิชา PBL (Project Based Learning) ป.6 จากการนำเรื่องเล่า วิชา PBL  เข้าสู่กิจกรรม Workshop ครั้งที่1 (วันที่ 21-22 ธ.ค.63)  โดยมีข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน คือ  เป็นโรงเรียนขยายโอกาส  เปิดสอนระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย นักเรียนส่วนใหญ่(ประมาณ 97%) เป็นนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์  ได้แก่ อาข่า ไทยใหญ่ จีน มีจึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมถึงการใช้ภาษาที่แตกต่างตามกลุ่มชาติพันธุ์ของตน  จะใช้การสื่อสารภาษาไทยกลางเมื่ออยู่ที่โรงเรียน  โรงเรียนใช้รูปแบบการสอน PBL 5 ขั้นตอน  ของเครือข่ายโรงเรียนเขตพื้นที่พัฒนาการศึกษาดอยตุง (8 โรงเรียน)  มุ่งเน้นให้เด็กเกิดทักษะการคิด การคิดแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์  ขั้นตอนการสอนเกิดจากการระดมสมองของคณะครูในกลุ่มโรงเรียน  สำหรับครูโจ มีประสบการณ์สอน PBL มา 2 ปี

 

ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะใช้กระบวนการสอน PBL ประกอบด้วย 5 ขั้นตอนได้แก่     

  1. Inspiration คือการกระตุ้นผู้เรียนให้เข้าถึงรายละเอียดใน Topic ผ่านวิธีการที่หลากหลายเช่น การตั้งคำถาม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในชั้นเรียน
  2. Talk about project คือการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานให้กับผู้เรียนผ่านการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ด้วยตัวผู้เรียนเองโดยมีครูคอยให้คำชี้แนะ เพื่อให้ผู้เรียนได้ร่วมกันสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องเป็นไปตาม Topic และได้ร่วมการวางแผนเพื่อหาวิธีการเก็บข้อมูลเชิงลึกผ่านช่องทางและวิธีการต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์ การลงพื้นที่จริง
  3. Do project เป็นขั้นตอนของการนำองค์ความรู้ที่ถูกสร้างจากขั้นตอนที่ 2 มาร่วมกันวางแผนการดำเนินงานการทำ Project ที่ตอบสนองต่อ Topicและคำถามขับเคลื่อนโครงงาน ในขั้นตอนนี้นักเรียนจะต้องทำงานและวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน
  4. Do / Present เป็นขั้นตอนต่อเนื่องและเชื่อมโยงจากขั้นตอน Do project โดยนักเรียนจะต้องนำแผนงานที่ได้ร่วมกันวางแผนในการดำเนินการ นำเสนอต่อเพื่อนในชั้นเรียนเพื่อให้เพื่อนในชั้นเรียนร่วมกันอภิปรายถึงแผนการดำเนินงานเพื่อหาข้อปรับปรุงเพื่อให้ project มีความสมบูรณ์มากขึ้น ส่วนผู้นำเสนอจะต้องนำข้อเสนอแนะการพัฒนา project จากเพื่อนร่วมห้องไปใช้ในการแก้ไขและพัฒนา project ต่อไป
  5. Present เป็นการนำผลงานที่ผ่านกระบวนการต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันเป็นเส้นตรงมานำเสนอให้กับคณะครู เพื่อนร่วมชั้น และน้องๆ เพื่ออภิปรายถึงจุดเด่น จุดควรพัฒนา  ปัญหา/อุปสรรค วิธีการแก้ไข ในระหว่างการทำ project ร่วมกัน

 

          ครูโจ ได้นำเสนอการออกแบบแผนการสอนแบบเดิม ที่เป็นการสอน PBL 5 ขั้นตอน มาออกแบบแผนการสอน 6 สัปดาห์ ตามที่โรงเรียนกำหนด คือ 1 หัวข้อ(Top pic)เ ใช้วลาเรียน 6 สัปดาห์  สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง  โดยในแต่ละสัปดาห์จะกำหนด Objective และ Skill

          ในแผนเดิมนี้ใช้สอนในเทอมที่ 1 ปีการศึกษา 2563  และได้นำแผนนี้มาเข้าสู่กิจกรรม Workshop ครั้งที่ 1 ของโครงการครูเพื่อศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยงออนไลน์  และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณะครู  ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ  และได้รับคำแนะนำใน 2 เรื่องหลัก   คือ

  1. ตารางเวลาเรียนมีระห่างเกินไปคือ เรียน 2 ชม./สัปดาห์ การเรียนอาจจะไม่ต่อเนื่อง ควรเพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรม เช่น เพิ่มจากกิจกรรมละ 1 ชั่วโมงเป็น 2 ชั่วโมงและเรียนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นต้น
  2. การออกแบบแผนการสอน ในแผนเดิม ไม่ได้ระบุ A S K ให้ชัดเจน กระบวนการออกแบบ O L  E ยังไม่สมบูรณ์   จึงควรระบุ A S K ให้ชัดเจน  และใช้กระบวนการ  O L E  ในการเขียนแผนการสอน (1 สัปดาห์) ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้มากที่สุด  รวมถึงการใช้คำถามแบบเชื่อมโยงเพื่อกระตุ้นผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้

 

      ครูโจได้ถอดบทเรียนที่ได้จากเวที Workshop ครั้งที่ 1 คือ

  1. รูปแบบและการเขียนแผนแบบโดยใช้กระบวนการ O L E และมีความชัดเจนเรื่องการระบุตัวชี้วัด A S K
  2. การใช้คำถามมากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงความรู้ กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เพื่อให้ได้คำตอบตามเป้าหมายการเรียนรู้
  3. และสิ่งสำคัญที่สุดที่เกิดกับครูโจ คือ เรื่อง การประเมิน AAR ในรูปแบบ IPAD (In-process assessment & development) เราไม่จำเป็นต้องประเมินแค่ช่วงสุดท้าย (เดิมผมทำเช่นนั้น) สามารถประเมินได้ทุกช่วงตั้งแต่ ขั้นเริ่ม SAR (Start-Action Review) ประเมินช่วงขั้นแนะนำIAR (In-Action Review) ประเมินช่วงสร้างความรู้ EAR (End-Action Review) ประเมินช่วงสรุป และ AAR (After-Action Review) ประเมินหลังเสร็จสิ้นการสอน เพื่อเช็คผู้เรียนว่าสามารถเรียนรู้ตามที่วางเปาหมายไว้หรือไม่ ในแผนใหม่จึงจะนำการประเมินรูปแบบ IPAD มาใช้

ไฟล์นำเสนอครูโจ_Page_10.jpg

         ครูโจนำเสนอตัวอย่างแผนการสอนสัปดาห์ที่ 1 ที่ปรับใน Workshop โดยได้ปรับตามสิ่งที่เพื่อเพิ่มเติม
คือ เพิ่มเป้าหมายหน่วย O (Objective )ใหญ่   หรือเป้าประสงค์หลักของการเรียน เพิ่มกระบวนการออกแบบการเรียนรู้ ตามแผน O L E ในสัปดาห์ที่ 1 ลงรายละเอียดกระบวนการในแต่ละขั้น (ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป) และเน้นการใช้ชุดคำถามในแต่ละขั้น (ขั้นนำ ขั้นสอน ขั้นสรุป) เพื่อลงลึกในการใช้ชุดคำถามเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ให้เกิดแก่เด็ก
หลังจากนั้นครูโจได้นำกลับศึกษาอีกครั้งและจัดทำแผนการสอนใหม่ทั้ง 6 สัปดาห์ ตามคำแนะนำจาก Workshop  โดยแผนใหม่นี้จะใช้สอนในปีการศึกษา 2564 นี้ 
          แผนการสอนเดิมจะเห็นว่า ไม่มีกำหนด O (Objective) แต่ใช้คำถามขับเคลื่อนโครงงาน  “จะทําอย่างไรให้นักเรียนรู้จักและเผยแพร่ภูมิปัญญาของชุมชนในท้องถิ่นของตนเอง” และในส่วนของ Skill ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนก็จะเขียนไว้ค่อนข้างกระจาย ไม่ชัดเจน ดังนั้นสิ่งที่มีผลตามมาทำให้การประเมินผลผู้เรียนทำได้ยาก ไม่สามารถบอกได้ว่า skill ที่ระบุไว้นั้นเกิดขึ้นกับผู้เรียนจริงหรือไม่
          ครูโจจึงปรับแผนการสอนใหม่  เริ่มจากการกำหนด O (Objective )ใหญ่  โดยขยายจากคำถามขับเคลื่อนโครงงาน “จะทําอย่างไรให้นักเรียนรู้จักและเผยแพร่ภูมิปัญญาของชุมชนในท้องถิ่นของตนเอง” มาเป็นเป้าหมายการเรียนรู้(Objective) 4 ข้อ ที่จะตอบการเรียนรู้ หัวข้อ “ภูมิปัญญาในท้องถิ่น” ครั้งนี้ คือ
  1.  รู้ถึงความหลากหลายและความแตกต่างในภูมิปัญญาของแต่ละชาติพันธ์ (K)
  2.  อธิบายความหมายและคุณค่าของภูมิปัญญาของแต่ละชาติพันธุ์" (K)
  3.  เห็นความสำคัญและเคารพความแตกต่างของภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตนและผู้อื่น (A)
  4.  นักเรียนมีทักษะการสังเกต สืบค้น การคิด การสื่อสาร วางแผน แก้ปัญหา รับผิดชอบต่อหน้าที่ การทำงานเป็นทีม       การวิเคราะห์และการประมวลผลข้อมูล (S)

 

          และได้นำ O (Objective) ใหญ่ใส่เป็น objective ย่อยในแต่ละสัปดาห์ เช่น 1) รู้และเข้าใจความหมายของภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงกับบริบทของตนเอง (K)  2) นักเรียนมีทักษะการสังเกตสืบค้น การคิด การสื่อสาร  การวิเคราะห์และการประมวลผลข้อมูล (S) เพื่อสามารถประเมินผู้เรียนได้ง่ายขึ้น ว่าทักษะที่ระบุไปนั้นสามารถพัฒนาผู้เรียนได้จริงหรือไม่ 

 

ตารางเปรียบเทียบแผนการสอนแบบเดิมและแผนการสอนแบบใหม่

ไฟล์นำเสนอครูโจ_Page_16.jpg


                จากตารางจะเห็นความแตกต่างว่า  แผนเดิม มี Objective ข้อเดียวเหมือนกันทุกสัปดาห์ และ ตัว S (Skills) ค่อนข้างกระจัดกระจาย พอปรับมาเป็นแผนใหม่ ได้ปรับให้ K (Knowledge) และ S (Skill) ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนมีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อใช้ในการประเมิน เป็นทักษะที่อยากให้เกิดแก่ผู้เรียนในแต่ละสัปดาห์

 

 

ครูต้นเรื่อง นำเสนอแผนการสอนใหม่ : แผนการจัดการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ 1

 

          ครูโจ นำเสนอแผนการสอนสัปดาห์ที่ 1 เพื่อขอคำแนะนำจากวง PLC และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยระบุว่า

การออกแบบแผนการสอนสัปดาห์ที่ 1 มีความสำคัญเพื่อจะต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้ (ปกติจะใช้สัปดาห์ที่ 1 และ สัปดาห์ที่ 2 ครั้งนี้ขอนำเสนอแผนของสัปดาห์ที่ 1 ก่อน)

          โดยแผนการสอนสัปดาห์ที่ 1 กำหนดหัวข้อการเรียนรู้เรื่อง “ภูมิปัญญาของชุมชน”  มีคำถามขับเคลื่อนโครงงาน คือ จะทําอย่างไรให้นักเรียนรู้จักและเผยแพร่ภูมิปัญญาของชุมชนในท้องถิ่นของตนเอง  

          กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ (Objectives) 4 ข้อ คือ

  • รู้ถึงความหลากหลายและความแตกต่างในภูมิปัญญาของแต่ละชาติพันธ์ (K)
  • อธิบายความหมายและคุณค่าของภูมิปัญญาของแต่ละชาติพันธุ์" (K)
  • เห็นความสำคัญและเคารพความแตกต่างของภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตนและผู้อื่น (A)
  • นักเรียนมีทักษะการสังเกต สืบค้น การคิด การสื่อสาร วางแผน แก้ปัญหา รับผิดชอบต่อหน้าที่ การทำงานเป็นทีม การวิเคราะห์และการประมวลผลข้อมูล (S)

Week 1 Inspiration กำหนดเวลาเรียน 2 ชั่วโมง  และกำหนดเป้าหมายย่อยสัปดาห์แรกนี้ 2 ข้อ คือ

1) รู้และเข้าใจความหมายของภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงกับบริบทของตนเอง (K)

2) นักเรียนมีทักษะการสังเกตสืบค้น การคิด การสื่อสาร การวิเคราะห์และการประมวลผลข้อมูล (S)

ครูโจแสดงตัวอย่างแผนเดิมของสัปดาห์ที่ 1 ก่อนเข้า Workshop และได้รับคำแนะนำมาดังกล่าวข้างต้นแล้ว และปรับมาสู่แผนใหม่  ประกอบด้วยกระบวนการสอนหลัก 3 ขั้นตอน คือ ขั้นนำ  ขั้นสอน และขั้นสรุป

ในขั้นนำ สิ่งที่ครูทำคือ

1.ครูเปิด clip vdo การจุดไฟด้วยไม้ (สื่อการเรียนรู้)ให้กับนักเรียนแล้วใช้คำถามต่อว่า ด้วยชุดคำถามว่า

1) จากการดูclip vdo นักเรียนเห็นอะไร? (การจุดไฟด้วยไม้) 

2) เขามีวิธีการอย่างไร / ใช้วัสดุอุปกรณ์อะไรบ้าง  (ไม้ไผ่/เยื่อไม้ไผ่)

3).ในการดำเนินชีวิตของเรา(บ้านนักเรียน)มีการก่อไฟหรือไม่/ก่อไฟโดยวิธีใด/ก่อไฟเพื่อใช้ประโยชน์อะไรบ้าง

4) นักเรียนคิดว่าในอดีตมนุษย์มีการก่อไฟหรือจุดไฟหรือไม่/ใช้วิธีใดบ้างในการก่อไฟ(ตอบได้อย่างอิสระ)

          ครูโจจะใช้คำถามในการขับเคลื่อนเนื้อหาให้ได้คอนเซ็ปต์ความหมายของ “ภูมิปัญญา” โดยใช้ขั้นตอการสอนและคำถาม ขณะเดียวกันครูจะคาดการณ์คำตอบของนักเรียนไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นแนวทางการ ประเมินขั้นต้น (SAR : Start-Action Review) ประเมินช่วงขั้นแนะนำ) จากคำถามอุ่นเครื่องและพฤติกรรมของนักเรียนระหว่างทำกิจกรรม 

          ในขั้นสอน สิ่งที่ครูทำ คือ

  1. แบ่งกลุ่มนักเรียน 3-4 คน
  2. ให้นักเรียนสืบค้นวิธีการจุดไฟตั้งแต่อดีต-ปัจจุบันโดยมีรายละเอียดังต่อไปนี้ วิธีการจุดไฟ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ และใช้หลักการอะไรบ้างในการจุดไฟ

บทบาทของครู ในช่วงนี้  ครูจะปล่อยให้นักเรียนได้สืบค้นข้อมูล และคอยตรวจสอบดูว่านักเรียน ได้ข้อมูลออกมาอย่างไรบ้าง  ความถูกต้องของข้อมูลและเนื้อหาที่ต้องการ (สรุปบทบาทของครู คือ   แนะนำ/กำกับ และช่วยเหลืออำนวยความสะดวก รวมถึงชุดคำถามที่จะใช้

ชุดคำถามที่ใช้ อาทิ

  • ยังมีเว็บไซต์อื่นอีกไหมที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้?
  • นักเรียนคิดว่าข้อมูลที่อยู่บนเว็บไซต์เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ ถ้าน่าเชื่อ

   สังเกตได้จากอะไร ความรู้แบบไหนที่ไม่น่าเชื่อถือ

  • ตอนนี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า มีสิ่งไหนที่ต้องการให้ครูช่วย (ประเมินตัวเองและทีม)

          การประเมินในขั้นสอน (IAR : In-Action Review) ประเมินช่วงสร้างความรู้ การค้นคว้าและข้อมูลจากการค้นคว้าของผู้เรียน จากการตอบคำถาม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการสังเกต

          ครูโจออกแบบตัวอย่างการประเมิน เมื่อนักเรียนสืบค้นแล้วเด็กเกิดความคิด (mindset) อย่างที่ครูอยากให้เกิดหรือไม่ โดยมีประเด็นที่กำหนดไว้ เพื่อจะให้ผลงาน mindset ที่เกิดขึ้นสะท้อนไปถึงขั้นสรุป คือเด็กเข้าใจความหมายของคำว่า “ภูมิปัญญา” โดยเครื่องมือนี้ในส่วนของวิธีการ อาจจะมีมากหรือน้อยแล้วแต่ครูกำหนด อย่างวิธีที่ 1 กำหนดว่าเขาจะต้องรู้ วิธีการ วัสดุ/อุปกรณ์ หลักการ  แล้วให้นักเรียนเปรียบเทียบว่า อะไรเหมือนกัน อะไรต่างกัน เพื่อจะนำผลนี้ไปสู่กระบวนการในขั้นสรุป

ขั้นสรุป สิ่งที่ครูทำ คือ

  • นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอข้อมูลจากการสืบค้น
  • นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลจากการสืบค้น

ชุดคำถามที่ใช้

  1. วิธีการจุดไฟตั้งแต่อดีต-ปัจจุบันมีอะไรที่เหมือน/แตกต่างกันบ้าง
  2. นักเรียนคิดว่าวิธีการจุดไฟแบบต่างๆ ที่มนุษย์ได้คิดค้นขึ้นเขาคิดค้นขึ้นได้อย่างไร (ลองผิดลองถูก / ประสบการณ์ / การพัฒนาวิธีการ / การแก้ปัญหา )

หมายเหตุ : การใช้คำถามครูจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ว่าคำตอบที่นักเรียนตอบมานั้นอยู่ในแนวทางที่วางไว้หรือไม่ เมื่อได้ผลลัพธ์ คือคำตอบที่ต้องการ เด็กหลุดคำสำคัญ(คีเวิร์ค)ของภูมิปัญญาออกมา จึงนำไปสู่คำถามถัดไป)

  1. ทำไมปัจจุบันเราถึงใช้ไฟแช็ก/เตาแก๊ส แทนวิธีการจุดไฟในอดีต (รวดเร็ว/สะดวกสบาย/ทำได้ง่าย)
  2. วิธีการจุดไฟในตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไรและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร (เริ่มจากการใช้วัสดุรอบตัว จากธรรมชาติโดยการลองผิดลองถูก และแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาวิธีการจุดไฟให้ง่ายขึ้นผ่านการสั่งสมความรู้เดิมเชื่อมสู่ความรู้ใหม่)

หมายเหตุ : คำตอบของคำถามข้อนี้จะเป็น concept ของ“ภูมิปัญญา” หลังจากนั้นจึงนำเข้าสู่คำถามถัดไป

  1. ครูนำเข้าสู่ concept “ภูมิปัญญา” จากคำตอบข้อที่ 4
  2. แจ้งชื่อหน่วยการเรียนรู้ คำถามขับเคลื่อนโครงงาน (จะทําอย่างไรให้นักเรียนรู้จักและเผยแพร่ภูมิปัญญาของชุมชนในท้องถิ่นของตนเอง) การประเมินผลร่วมกัน
  3. ครูสอบถามนักเรียนว่าในชุมชนของตนเองมีภูมิปัญญาอะไรบ้างที่เกิดจาก ลองผิดลองถูก / ประสบการณ์ / การพัฒนาวิธีการ / การแก้ปัญหา/ ที่ใช้ในการดำเนินชีวิต (ทิ้งท้ายเพื่อให้นักเรียนได้รวบรวมข้อมูลภูมิปัญญาในท้องถิ่นตัวเองไว้ล่วงหน้า เป็นฐานข้อมูลในการเรียนชั่วโมงต่อไป)

 

บทบาทของครู คือ

1) รวบรวมข้อมูล (ความหมายความสำคัญ ตัวอย่าง)

2) ประเมินผู้เรียนเป็นรายกลุ่ม

 

การประเมิน AAR (After-Action Review) ประเมินหลังเสร็จสิ้นการสอน  โดยนำผลจากการประเมินขั้นสอนมาใช้  โดยใช้เครื่องมือ ประเมินผลงานกลุ่ม และ แผนผังความคิด

 






ไฟล์นำเสนอครูโจ_Page_45.jpg
ติตตามบรรยากาศการนำเสนอของครูโจ ได้จากคลิปนี้


PLC9_web-09.jpg


หมายเหตุ : ผู้สนใจด้านการศึกษาเติมเรื่องราวใหม่ ๆ ของการพัฒนาการศึกษาในมุมมองใหม่ได้ที่
เว็บไซต์ โครงการครูเพื่อศิษย์สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยงออนไลน์ https://plc.scbfoundation.com/home
page facebook : PLC Coaching https://www.facebook.com/groups/PlcCoaching
Youtube : PLC COACHING ONLINE

ดาวน์โหลดเอกสาร
visiblelearning
PBL
#Activelearning #ปูพื้นฐานสู่ผลการเรียนระดับสูง #เรียนรู้ระดับผิว #การเรียนรู้ระดับลึก #ประเมินผลกระทบ #ครูเพื่อศิษย์ #ครูโค้ช
toom_TTIX
นักเขียน
ศศิธร อบกลิ่น
ทีมสื่อสาร kidkonkwa
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
profile
กรุณา Login ก่อน comment